IoT เทรนด์เทคโนโลยีไอที (IT)

ข่าวสารจาก Gartner ระบุว่าเทรนด์เทคโนโลยี IT ที่มีศักยภาพส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสังคมโลกในอีก 3 ปีข้างหน้า  เนื่องจากมีเทรนด์เทคโนโลยีไอที (IT)ใหม่เกิดขึ้นรวดเร็ว อย่างพลิกผัน นั้นก็คือ เทคโนโลยี IoT (Internet of Things)  อุปกรณ์ไร้สาย เทรนด์เทคโนโลยี IT ที่กำลังจะมาแรงในอีกไม่ช้า อาทิ เช่น เครื่องสแกนแบบพกพา (Portable Scanner) ไวไฟพกพา(Pocket WiFi)  ฯลฯ จึงขอสรุปถึงเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) ที่เกี่ยวข้องด้วยกัน 10 เทคโนโลยี ที่สร้างผลกระทบเป็นวงกว้างสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วโลกในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งมีดังนี้
 
1. ระบบการรักษาความปลอดภัยสำหรับ IoT
การรักษาความปลอดภัย(IoT Security) แง่มุมใหม่ๆ ต่อการโจมตีอุปกรณ์ IoT (Internet of Things) นั้นเกิดขึ้นได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีเชิงข้อมูลหรือที่อุปกรณ์ไร้สาย IoT  โดยตรงก็ตาม รวมถึงการปลอมแปลงตัวตนเป็นอุปกรณ์ IoT การทำ DoS เพื่อทำให้แหล่งพลังงานหมดลงเร็ว รวมถึงระบบปฏิบัติการของตัวอุปกรณ์ IoT ที่ไม่สามารถรักษาความปลอดภัยที่ซับซ้อนขึ้นได้ เทคโนโลยีระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับระบบ IoT จึงเป็นสิ่งที่คิดใหม่กันอีกเยอะพอสมควรทีเดียวเพื่อรองรับอุบัติการณ์ เทรนด์เทคโนโลยี IT นี้

2. ระบบการวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับ IoT
ข้อมูลเป็นจำนวนมหาศาลที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น กำลังเกิดขึ้นจากการได้รับข้อมูลมาจากระบบ IoT การวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ (IoT Analytics) ที่ได้รับมาไม่ว่าจะเป็นข้อมูลพฤติกรรมลูกค้า, ข้อมูลการนำเสนอบริการใหม่ๆ, ข้อมูลการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ และข้อมูลอื่นๆ อีกมากมายเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นเครื่องมือประมวลผลและอัลกอริธึมใหม่ๆ ในการประมวลผลจึงควรมีการพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ใหม่ๆ เหล่านี้ และวิเคราะห์ข้อมูลที่มีการเพิ่มเติมขึ้นมาให้ได้ทันเวลาที่ต้องการใช้มัน

3. ระบบบริหารจัดการอุปกรณ์ IoT
การตรวจสอบการทำงานอุปกรณ์ไร้สาย IoTและการบริหารจัดการอุปกรณ์ IoT รวมถึงการจัดการระบบ Firmware, การอัพเดตตัว Software, การวิเคราะห์ปัญหาต่าง ๆรวมถึงการจัดการด้านความปลอดภัยนั้นก็จะเป็นปัญหาอีกระดับหนึ่งที่ทุกๆ องค์กรใช้อุปกรณ์ IoT ต้องเจออย่างเลี่ยงไม่พ้น และสิ่งที่ทำให้ปัญหานี้กลับกลายเป็นเรื่องที่ยากก็คือจำนวนมากมายและความหลากหลายจากหลายค่ายของอุปกรณ์ IoT นั่นเอง

4. ระบบเครือข่ายไร้สายพลังงานต่ำระยะสั้น
การติดต่อสื่อสารเครือข่ายไร้สายระหว่างอุปกรณ์ IoT จำนวนมหาศาลที่เกิดขึ้นจาก Sensor ต่าง ๆ และอุปกรณ์ไร้สาย IoT ต่างๆ นั้น การเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายด้วยสัญญาณไวไฟในระยะใกล้ที่ใช้พลังงานต่ำกินไฟน้อยก็เป็นเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการใช้งานระบบ IoT ภายในอาคารสำนักงานต่าง ๆ ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิเช่น การนำมาใช้กับการเปิดปิด ไฟอัตโนมัติ (Motion Sensor Light) การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตพลังงานต่ำ ผ่าน ไวไฟพกพา (Pocket WiFi)  ฯลฯ

5. ระบบเครือข่ายไร้สาย WAN พลังงานต่ำ
เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย Cellular ไม่ว่าจะเป็นเครื่อข่าย 3G เครื่อข่าย4G นั้นไม่สามารถตอบโจทย์การเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายกับอุปกรณ์ในระยะไกลได้ดี ทั้งเรื่องของพลังงานและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เทคโนโลยีใหม่  IoT  ที่พัฒนาขึ้นจึงจำเป็นต้องเกิดขึ้นมาเพื่อให้การเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายระหว่างอุปกรณ์ไร้สาย IoT ระยะไกลเป็นจริงได้ด้วยค่าใช้จ่ายที่ประหยัดและคุ้มค่าเหมาะสม

6. อุปกรณ์ประมวลผลสำหรับ IoT
อุปกรณ์สำหรับการประมวลผล(IoT Processor) นั้นต้องรองรับการรักษาความปลอดภัย, การเข้ารหัส, การใช้พลังงานต่ำ และสามารถรองรับการทำงานอื่นๆ ของระบบปฏิบัติการที่เชื่อมต่อถึงกันและมีการอัพเดตซอฟแวร์ต่างๆ ที่จำเป็นได้อย่างครบถ้วนบริบูรณ์  ถือว่าเป็นโจทย์ที่ยากพอควรและต้องใช้เวลาเพื่อการแก้ไขปัญหากันต่อไป

7. ระบบปฏิบัติการสำหรับ IoT
ระบบปฏิบัติการที่กินไฟน้อยใช้พลังงานต่ำ, การทำงานได้อย่างปลอดภัย, การใช้ทรัพยากรในการประมวลผลน้อย และโดยเฉพาะใช้หน่วยความจำน้อย เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับอุปกรณ์ IoT (Internet of Things) ที่ใช้ต่อไปอีกยาวนาน และการพัฒนาระบบปฏิบัติการให้รองรับฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่กำลังจะมาก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นกัน

8. เทคโนโลยีการประมวลผล Event Stream
สำหรับระบบ IoT (Internet of Things) ที่มีการสร้างและส่งข้อมูลแบบ Real-time นั้น การจัดการข้อมูลทั้งหมดที่ได้มาแบบ Real-time นี้ต้องอาศัยหลายๆปัจจัยในการประมวลผลเพื่อให้มีประสิทธิภาพ หนึ่งในนั้นก็คือแนวคิดของการทำตัว Distributed Stream Computing Platforms (DSCPs) ที่ใช้สถาปัตยกรรมแบบ Parallel เพื่อมาประมวลผลข้อมูล Stream จำนวนมากเพื่อจะทำการวิเคราะห์ข้อมูลแบบทันที (Real-time Analytics) หรือ การหารูปแบบข้อมูลที่เฉพาะเจาะจง (Pattern Identification) ได้

9. รูปแบบโครงสร้าง IoT
รูปแบบโครงสร้าง IoT (IoT Platform) ที่ได้รวมเอาสิ่งต่างๆ ที่จำเป็นต่อการทำระบบ IoT เอาไว้ใช้ภายในระบบเดียวกันนี้ถูกแบ่งออกเป็น  3 กลุ่มย่อย ได้แก่
 1) ระบบการควบคุมการติดต่อสื่อสารและการทำงานในระดับตัว Hardware ของ IoT,
2) ระบบการรวบรวมและบริหารจัดการข้อมูลจาก IoT,
3) ระบบการพัฒนา IoT Application เพื่อรับข้อมูลนำมาวิเคราะห์และแสดงผล
 ซึ่งทั้ง  3 รูปแบบโครงสร้าง (Platform) นี้ต่างก็มีความจำเป็นเพื่อผลักดันให้การนำระบบ IoT ไปใช้เชื่อมกับเป็นระบบในระดับองค์กรบริษัทฯ หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ไร้สาย IoT ใหม่ๆ ที่เข้ากับระบบ IoT เป็นไปได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น

10. มาตรฐานสำหรับระบบ IoT และระบบนิเวศน์ของ IoT
มาตรฐานสำหรับระบบ IoTและ API จะกลายเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับ IoT ที่จะทำให้ระบบ IoT จากหลายๆ ผู้ผลิตทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ระบบนิเวศน์ของ IoT ที่ขยายตัวโดยรอบ ๆ จากการเชื่อมต่ออุปกรณ์ไร้สาย IoT นั้นเป็นวงกว้างและเติบโตต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง

 Cr.ข่าว TechTalk