ข้าวหอมมะลิ ลดความดันโลหิต

 

ข้าว เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย “รำข้าวหอมมะลิ” ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการขัดสีข้าวเปลือกนั้น นอกจากจะมีคุณค่าทางอาหารแล้ว ยังพบว่าเปปไทด์ที่สกัดจากรำข้าวหอมมะลิ นั้นมีฤทธิ์กำจัดอนุมูลอิสระและยังยั้งการ สร้างสารที่ทำให้หลอดเลือดตีบแคบ เปปไทด์รำข้าวหอมมะลิในการเป็นสารต้านออกซิเดชัน ลดความดันเลือด และช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของหลอดเลือดแดง โรคความดันเลือดสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

งานวิจัย ข้าวหอมมะลิ & ความดันเลือดสูง
ดังนั้นหากมีการนำเปปไทด์รำข้าวหอมมะลิ มาทำการศึกษาวิจัยต่อยอดทั้งในคนและสัตว์ที่ มีภาวะความดันเลือดสูง ที่วัดได้จาก เครื่องวัดความดัน (Blood Pressure Monitor) จะทำให้ได้ข้อมูลสำคัญที่นำไปใช้ในการพัฒนาเปปไทด์รำข้าวให้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพต่อไป จาก ผลการศึกษาวิจัยของ รศ.ยุพา คู่คงวิริยพันธุ์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และคณะวิจัย ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พบว่า เปปไทด์รำข้าวหอมมะลิมีความปลอดภัยในการนำไปใช้ และจากการทดลองในหนูทดลองความดันเลือดสูง

ข้าวหอมมะลิ กำจัดอนุมูลอิสระ
ผลการศึกษาวิจัยพบว่าเปปไทด์ รำข้าวหอมมะลิมีฤทธิ์กำจัดอนุมูลอิสระ ลดความดันเลือด และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหลอดเลือด ส่วนการศึกษาในคนที่เริ่มเป็นความดันเลือดสูงที่วัดค่าได้จาก เครื่องวัดความดัน (Blood Pressure Monitor) พบว่าเปปไทด์รำข้าวช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและลดความแข็งของหลอดเลือดแดง โรคความดันเลือดสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด จึงลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดซึ่งเป็นโรคสำคัญที่ทำ ให้ประชากรเสียชีวิตเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

ข้าว ช่วยการทำงานของ หัวใจและหลอดเลือด
ดังนั้นผลจากการศึกษา วิจัยในโครงการนี้จึงพบข้อมูลใหม่ที่สำคัญและเป็นรายงานชิ้นแรกเกี่ยวกับผล ของเปปไทด์รำข้าวหอมมะลิในการเป็นสารต้านออกซิเดชัน ลดความดันเลือด และช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของหลอดเลือดแดง ซึ่งเป็นผลดีอย่างยิ่งกับคนสูงอายุ และคนที่มีการเสื่อมถอยของระบบการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดก่อนวัยอันควร โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคความดันเลือดสูง ได้ทำการจดอนุสิทธิบัตรแล้วเมื่อปี 2551 ชื่อผลงานคือ "การผลิตโปรตีนไฮโดรไลเสทจากรำข้าวที่มีคุณสมบัติลดความดัน"

เปปไทด์ถั่วเหลือง & เปปไทด์ ข้าวหอมมะลิ
ปัจจุบัน ประชาชนทั่วไปเริ่มหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้ภาคเอกชนได้ผลิตเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของเปปไทด์ แต่ยังไม่พบว่าเป็นเปปไทด์ที่ได้จากโปรตีนรำข้าวหอมมะลิ ซึ่งยังถือว่าราคาสูงมาก ผลงานวิจัยนี้จะช่วยเพิ่ม มูลค่ารำข้าวหอมมะลิที่เป็นวัสดุเหลือใช้ให้เป็นสารเสริมสุขภาพ เพื่อป้องกันและรักษาโรคความดันเลือดสูงต่อไป งานวิจัยนี้ส่งผลดีทางด้านการสาธารณสุข การเกษตร การอุตสาหกรรม และการพาณิชย์ของประเทศ ทำให้ข้าวไทยและกากรำข้าวไทยมีมูลค่าสูงขึ้น สามารถแข่งขันกับตลาดข้าวระดับโลก และเพิ่มชื่อเสียงให้กับข้าวหอมมะลิของประเทศไทย

โปรตีนสกัดจาก ข้าวหอมมะลิ
ส่วนกระบวนการศึกษา วิจัย ขั้นแรกนำรำข้าวหอมมะลิมาสกัดน้ำมันออกก่อน จากนั้นนำไปสกัดโปรตีน เมื่อได้โปรตีนจากรำข้าวแล้วจึงนำไปผสมน้ำในอัตราส่วน 1 ต่อ 4 จากนั้นนำมาปรับสภาพให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสมที่เอนไซม์จะทำงาน คือ ค่า pH8 อุณหภูมิประมาณ 55 องคาเซลเซียส โดยใช้เวลาในการย่อยสลายโดยเอนไซม์โพรเทค 6 L ประมาณ 4 ชั่วโมง จากนั้นก็จะหยุดปฏิกิริยาของเอนไซม์ โดยการให้ความร้อนที่อุณหภูมิประมาณ 95-100 องศาเซลเซียส ใช้เวลา 10-15 นที จากนั้นนำมาแยกโดยการกรอง ผ่านอัลตราฟิลเทนชั่นเมมเบรน จนได้สารละลายที่มีองค์ประกอบของเปปไทด์ซึ่งอยู่ในรูปของผงละเอียด

ข้าวหอมมะลิ ลดความดัน
ล่าสุดทางนักวิจัยได้มีการนำเสนอผลงานการ วิจัยต่อผู้ประกอบการผลิตน้ำมันรำข้าวหอมมะลิ ที่มีความสนใจในการใช้ประโยชน์จากโปรตีนรำข้าวนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร สุขภาพ ทั้งในรูปแบบของแคปซูล ชนิดผง หรือในรูปแบบผสมในเครื่องดื่ม ซึ่งหากงานวิจัยสามารถผลิตโปรตีนไฮโดรไลเสทจากรำข้าวที่มีคุณสมบัติช่วยลดความดัน หรือต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงมีความคุ้มค่าต่อการลงทุน ทางผู้ประกอบการก็มีความสนใจที่จะลงทุนต่อไปในอนาคต

งานวิจัย นมถั่วเหลือง & เปปไทด์ ข้าวหอมมะลิ
งานวิจัยชิ้นนี้คงจะต้องมีการศึกษาต่อถึงเรื่องโครงสร้างของตัวเปปไทด์ ความคงตัว รวมทั้งอาจศึกษาต่อว่าสารเปปไทด์มีผลต่อระบบสมองหรือไม่ รวมทั้งอาจจะศึกษาถึงแนวทางการเพิ่มผลผลิตเปปไทด์โดยเปลี่ยนจากการทำแห้งแบบ ละเหิดมาเป็นแบบพ่นฝอย ส่วนใหญ่จะสกัดเปปไทด์จากโปรตีนจากถั่วเหลือง ซึ่งราคาขายยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์สูง ขวดละประมาณ 70 บาท เนื่องจากว่าราคาเปปไทด์ผงโดยทั่วไปปัจจุบันตกอยู่ที่กิโลกรัมละ 3,000-4,000 บาท ปัจจุบันนี้ทีมนักวิจัยได้ทดลองผลิตเครื่องดื่มนมถั่วเหลืองผสมเปปไทด์จากโปรตีนรำข้าวหอมมะลิขนาด 180 มิลลิกรัม/ขวด โดยผสมน้ำนมถั่วเหลือง 94.9% น้ำตาล 5% และเปปไทด์รำข้าวอีก 100 มิลลิกรัม ซึ่งคำนวณต้นทุนการผลิตคาดว่าราคาขายน่าจะอยู่ที่ขวดละ 15-20 บาท

Cr.บ้านเมือง,มหาวิทยาลัยขอนแก่น