กล้ามเนื้อหัวใจ ขาดเลือดเฉียบพลัน

 

ปัจจุบันพบว่าหัวใจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตสูงสุด 3 อันดับแรกในคนไทย อันได้แก่ อุบัติเหตุมะเร็งและโรคหัวใจ โดยเฉพาะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หัวใจของเราเป็นอวัยวะหนึ่งที่ทำงานหนักที่สุดตลอดชีวิต หลอดเลือดที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจประกอบด้วยหลอดเลือดแดงหลัก 2 เส้น เรียกว่า หลอดเลือดแดงโคโรนารีย์ ด้านขวา 1 เส้น และด้านซ้าย 1 เส้น ซึ่งด้านซ้ายจะแตกแขนงออกเป็น 2 เส้นใหญ่ นอกจากนั้นแต่ละเส้นยังส่งแขนงย่อยๆ ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจอีกด้วย

กล้ามเนื้อหัวใจขาดออกซิเจนและสารอาหาร
ดังนั้นหากหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจเหล่านี้เกิดการตีบ หรืออุดตัน ก็จะนำไปสู่กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจตายได้ กล้ามเนื้อหัวใจตาย เป็นความผิดปกติที่เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจถูกทำลายเสียหายจากการที่เลือดและออกซิเจนในร่างกายไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจส่วนนั้นไม่เพียงพอเป็นผลขั้นสุดท้ายของหลอดเลือดโคโรนารีอุดตัน หรือมีการหดตัวอย่างรุนแรงและเป็นเวลานาน ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นเสียหายอย่างถาวร จากการที่หัวใจขาดออกซิเจนและสารอาหารอย่างรุนแรงซึ่งเราสามารถวัดค่าออกซิเจนในเลือดได้จาก เครื่องวัดออกซิเจน (Pulse Oximeter)ว่ามีปริมาณเพียงพอที่ร่างการและหัวใจต้องการไหม  เมื่อนานเข้าก็เกิดความเสียหายที่ไม่สามารถคืนดีดังเดิมได้ กล้ามเนื้อหัวใจที่ตายจะหยุดทำงาน ผู้ป่วยอาจเสียชีวิตตั้งแต่แรกจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Ventricular fibrillation) หรืออาจตายจากภาวะหัวใจวายในเวลาต่อมา  

การเกิดหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตันส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันแล้วทำให้กล้ามเนื้อหัวใจถูกทำลายเสียหายจากการที่เลือดและออกซิเจนในเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจส่วนนั้นไม่เพียงพอ  หัวใจขาดออกซิเจนจึงเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายนับเป็นภาวะฉุกเฉินที่อันตรายยิ่ง เพราะผู้ป่วยอาจเสียชีวิต ทันทีถึงครึ่งหนึ่ง ณ ที่เกิดเหตุ โดยมีสาเหตุจากการนำไฟฟ้าที่ผิดปกติเป็นผลให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ การใช้ไฟฟ้าช็อคหัวใจให้กลับมาเต้นปกติร่วมไปกับการปั๊มหัวใจ และช่วยการหายใจอย่างมีประสิทธิภาพ จะสามารถรักษาชีวิตผู้ป่วยไว้ได้ในขั้นต้น

สาเหตุหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตัน
หลอดเลือดหัวใจตีบหรือตันเพราะมีการสะสมของสารต่างๆ หลายชนิดบนผนังหลอดเลือด สารที่เกิดการสะสมมากที่สุดก็คือไขมัน และโคเลสเตอรอลคือ ไขมันตัวร้ายที่สุดที่ไปสะสมอย่างตามผนังหลอดเลือด การสะสมของไขมันนี้เกิดตั้งแต่ในช่วงวัยรุ่น โดยมีลักษณะเป็นปื้นไขมันเล็กๆ สีเหลืองส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้ ซึ่งอาจหายไปได้หลังจากได้รับการรักษา

โคเลสเตอรอลในร่างกายของเรามาจาก 2 แหล่งคือ ส่วนที่ร่างกายสร้างขึ้นเองและส่วนที่มาจากอาหาร ตามปกติโคเลสเตอรอลเป็นสารไขมันที่ให้ประโยชน์ ร่างกายมีกลไกที่ควบคุมดูแลโคเลสเตอรอลไม่ให้สร้างปัญหาขึ้นได้ แต่บางครั้งกลไกควบคุมโคเลสเตอรอลนั้นก็อาจเกิดปัญหาขึ้นมาเสียเองหลอดเลือดโดยมีพังผืดหุ้มไว้บางๆ เมื่อเปลือกหุ้มไขมันนี้เกิดปริแตกออก ก็จะทำให้ไขมันข้างใต้ทันที เป็นผลให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

อาการเจ็บหน้าอกจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและออกซิเจนอาจมีอาการเจ็บหน้าอกเป็นความรู้สึกบีบรัดและแน่นอึดอัด เหมือนมีอะไรมาทับที่บริเวณกลางหน้าอก หรือส่วนบนของร่างกาย  อาจมีอาการปวดร้าวไปตามแขน คอ กราม อาการมักจะรุนแรงและอาจมีเหงื่อแตกร่วมด้วย อาการเจ็บหน้าอกมักจะเป็นเวลานานมากกว่า 20 นาที มักพบในคนวัยกลางคน และผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่อาการเจ็บหน้าอกมักจะมีอาการเมื่อออกกำลังกาย และรู้สึกทุเลาเมื่อได้พัก อย่างไรก็ตาม ในบางคนอาจพบอาการเจ็บหน้าอกขึ้นเองในขณะพัก อาการเจ็บหน้าอกสามารถรักษาได้หลายวิธีตามคำแนะนำจากแพทย์ แต่ในบางครั้งก็อาจมีอาการที่แตกต่างกันไป เช่น ท้องอืด อาหารไม่ย่อย หายใจขัด หอบเหนื่อย เป็นลม

การตรวจกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
อาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเมือตรวจร่างกายมักจะพบว่ามีชีพจรเบาเร็ว ความดันโลหิตอาจจะปกติ ต่ำหรือสูงก็ได้ อาจได้ยินเสียงผิดปกติของการบีบตัวของหัวใจหรือได้ยินเสียงฟู่ (Murmur) เสียงผิดปกติของปอดจากภาวะน้ำท่วมปอด (Crepitation) นอกจากนี้ยังสามารถหาสาเหตุกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดด้วยการตรวจจาก
    - ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (E.K.G)
    - การตรวจเลือดหาเอ็นไซม์ที่แสดงถึงการที่มีกล้ามเนื้อหัวใจตาย เช่น Troponin-T, Troponin-I, CK-MB
    - การตรวจเอ็กซเรย์ปอด
    - การตรวจคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echo-Doppler)

การรักษากล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
การรักษาภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและออกซิเจนเป็นการรักษาที่เร่งด่วน จำเป็นต้องรับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 1-14 วัน ต้องอยู่ใน C.C.U. เพื่อติดตามดูการเต้นหัวใจอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ภาวะหัวใจล้มเหลวได้ ผู้ป่วยจะต้องรับออกซิเจนเพื่อให้กล้ามเนื้อหัวใจได้รับออกซิเจนเพิ่มขึ้น  ผู้ป่วยนอนพักบนเตียงแล้วมี เครื่องวัดออกซิเจน (Pulse Oximeter) ไว้ที่ปลายนิ้ว เพื่อวัดปริมาณออกซิเจนในเลือดให้เพียงพอเพื่อให้หัวใจทำงานน้อยที่สุด การได้รับยาต่างๆ เช่น ยาขยายหลอดเลือด ยาลดการทำงานของหัวใจ ยาต้านการเกาะตัวของเกร็ดเลือด ยาลดไขมัน ยาละลายลิ่มเลือด เป็นต้น

การป้องกันกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
     -หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง ลดปริมาณไขมันในอาหาร
     -เลิกบุหรี่โดยเด็ดขาด
     -ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
     -ควบคุมเบาหวานและความดันโลหิตสูง
     -ทำจิตใจให้ผ่องใส ควบคุมอารมณ์ ไม่เครียด
    -ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่อ้วน

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
ผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันควรงดบุหรี่โดยเด็ดขาด รับประทานยาลดไขมันในเลือดหากควบคุมอาหารไม่ได้ผลดี ให้โคเลสเตอรอลน้อยกว่า 200, LDL น้อยกว่า 100 ควบคุมเบาหวาน ความดันโลหิตให้ปกติ หมั่นตรวจดูออกซิเจนในเลือดบ่อย ๆ ด้วย เครื่องวัดออกซิเจน (Pulse Oximeter) ไว้ที่ปลายนิ้ว เพื่อวัดปริมาณออกซิเจนในเลือดให้เพียงพอเพื่อให้หัวใจทำงานน้อยที่สุด ออกกำลังกายบ่อย ๆ ตามสมควรตามคำแนะนำของแพทย์ หากแน่นหน้าอกรุนแรงต้องรีบมาโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที ยิ่งมาเร็วยิ่งดี

Cr.ข่าวประชาชาติธุรกิจ