โทรจิต ผ่าน เฟซบุ๊ก



มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก(Facebook) เชื่อว่า วันหนึ่งข้างหน้า มนุษย์โลกจะมีโอกาส ถ่ายทอดความนึกคิด สื่อสารทางโทรจิตถึงกันโดยตรง โดยใช้เทคโนโลยีเป็นตัวเชื่อม และนี่คือทิศทางของเฟซบุ๊กในอนาคตข้างหน้า  “มันจะเป็นเหมือนกับว่า เวลาคุณกำลังนึกคิดถึงอะไร เพื่อนของคุณก็จะรับรู้ถึงสิ่งที่คุณคิดในทันที และนี่คือที่สุดของเทคโนโลยีการสื่อสาร” ซัคเคอร์เบิร์ก เปิดเผยเรื่องนี้ระหว่างการตอบคำถามจากผู้ใช้ ซึ่งถามว่าแผนระยะยาวของเฟซบุ๊ก(Facebook) จะเป็นเช่นไร มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กยืนยันว่า มีแผนที่จะทำสื่อสารทางโทรจิต(Telepathy) ในอนาคตอันใกล้นี้

เฟซบุ๊ก & ภาพ 3 มิติเสมือนจริง
เพราะมาร์ค มีแผนที่จะทำสื่อสารทางโทรจิต(Telepathy) อย่างนั้นจริงๆ ซึ่งในอนาคต เราไม่อาจรู้ได้ว่า การสื่อสารไร้พรหมแดน มันจะไปจบที่ตรงไหน แต่การที่เราจะพัฒนาไปให้ถึงจุดนั้น มันเริ่มมีความเป็นไปได้บ้างแล้ว ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เฟซบุ๊ก (Facebook) พัฒนาบริการเพื่อตอบสนองการสื่อสารของผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง เริ่มต้นจากบริการหน้าโปรไฟล์ธรรมดา จนไปถึงการแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมได้ แถมการกดไลค์ Like แบ่งกลุ่มเพื่อน ตลอดจนบริการอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้นอีกมากมาย ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริการของเฟซบุ๊ก(Facebook)เริ่มขยับจากการแชร์ข้อมูลสาธารณะ เป็นเน้นการสื่อสารส่วนบุคคลมากขึ้น นั่นเป็นที่มาของการเข้าซื้อกิจการแอพพลิเคชั่นข้อความสนทนาวอทส์แอพ( WhatsApp) ด้วยมูลค่า กว่า 22,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

เช่นเดียวกับการ เข้าซื้อกิจการ Oculus ผู้ผลิตอุปกรณ์สวมใส่ที่ใช้แสดงภาพ 3 มิติเสมือนจริง ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า เฟซบุ๊ก(Facebook)กำลังเดินหน้าเข้าสู่บริการเสมือนจริง เพื่อยกระดับการสื่อสารผ่านเฟซบุ๊กขึ้นไปอีกขั้น ความจริงแล้ว การสื่อสารทาง โทรจิตหรือการถ่ายทอดความความนึกคิดส่งตรงถึงกัน (Telepathy) นั้น มิใช่เรื่องใหม่ ที่อยู่ห่างไกลอีกต่อไป มี นักวิทยาศาสตร์หลายแขนง กำลังคิดค้นการใช้คอมพิวเตอร์ถ่ายทอดความนึกคิดของบุคคล เพื่อส่งตรงถึงกันโดยใช้ศักยภาพของคอมพิวเตอร์ในการแปลงคลื่นสมองเป็นข้อมูล เหมือนเราควบคุมเกมต่าง ๆ ด้วยแอปฯของ กล่องแอนดรอย (Android TV Box) บนเครื่อข่ายอินเทอร์เน็ตไร้สาย สัญญาณไวไฟ แล้วไปปรากฎภาพ 3 มิติบนทีวีได้

สื่อสารระหว่างสมองสู่สมอง
ยกตัวอย่าง นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันได้เคยทำสำเร็จมาแล้ว โดยนักวิจัยต้นทางคิดจะขยับนิ้วมือ และคลื่นสมองก็ถูกส่งผ่านอินเทอร์เน็ตไร้สาย สัญญาณไวไฟ ไปยังนักวิจัยปลายทาง ส่งผลให้นักวิจัยที่ปลายทางขยับนิ้วมือบนคีย์บอร์ดตามความคิดของนักวิจัยต้นทาง โดยนักวิจัยทั้งสองฝั่ง ต้องสวมใส่อุปกรณ์คล้ายหมวกรับสัญญาณสมอง เพื่อช่วยในการแปลงคลื่นสมองด้วยโดยหมวกจับสัญญาณไฟฟ้าของสมองของนักวิจัยต้นทางเพื่อส่งไปยังสมองของนักวิจัยปลายทางโดยอาศัยเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไร้สาย สัญญาณไวไฟ หรืออุปกรณ์ ไวไฟพกพา(Pocket WiFi) บนเครื่อข่ายโมบายอินเตอร์เน็ต

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ในสหรัฐอเมริกา ประสบความสำเร็จในการทดสอบระบบการสื่อสารระหว่างสมองสู่สมองของมนุษย์สองคนหรือเรียกอีกนัยหนึ่งได้ว่าเป็นการสื่อสารทางโทรจิต(Telepathy)ได้เป็นครั้งแรก โดยการทดสอบดังกล่าวเป็นการต่อยอดมาจากงานวิจัยก่อนหน้านี้ที่นักวิทยาศาสตร์สามารถสร้างการสื่อสารความนึกคิดระหว่างสมองได้แล้วระหว่างหนูสองตัวที่สื่อสารกันเพื่อแก้ปัญหาบางอย่าง นอกจากนั้น ยังมีงานวิจัยทดสอบการสื่อสารระหว่างสมองของมนุษย์เพื่อสั่งการควบคุมการเคลื่อนไหวของหางหนูได้เป็นผลสำเร็จมาแล้วก่อนหน้านี้

ผลวิจัย สื่อสารทาง โทรจิต
ศาสตราจารย์ราเจช ราว ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและวิทยาการคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ได้วิจัยทดสอบระบบการสื่อสารระหว่างสมองสู่สมองระยะทางไกลด้วยการใช้หมวกจับสัญญาณไฟฟ้าของสมอง ของตนเพื่อส่งไปยังสมองของ ศาสตราจารย์ แอนเดรีย สตัคโก ศาสตราจารย์ผู้ช่วยวิจัยของคณะจิตวิทยาซึ่งใส่หมวกรับสัญญาณสมองอยู่ในอีกสถานที่หนึ่งที่รับสัญญาณไฟฟ้าผ่านครือข่ายอินเทอร์เน็ตไร้สาย สัญญาณไวไฟ หรืออุปกรณ์ ไวไฟพกพา (Pocket WiFi) บนเครื่อข่ายโมบายอินเตอร์เน็ต โดยผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่าศาสตราจารย์ราว สามารถใช้สมอง สั่งการด้วยความนึกคิดว่าจะใช้มือขวากดปุ่มคีย์บอร์ด ซึ่งใช้สำหรับ ยิงปืนใหญ่ในวิดีโอเกม ส่งสัญญาณไปยังสมองของศาสตราจารย์สตัคโก ซึ่งไม่ได้มองหน้าจอวิดีโอเกมในขณะนั้นให้สามารถกดปุ่มยิงปืนใหญ่ได้เช่นกัน

ศาสตราจารย์ราว ระบุว่า การทดลองดังกล่าวเป็นการส่งข้อมูลระดับพื้นฐานจากสมองมนุษย์คนหนึ่งสู่สมองของมนุษย์อีกคนหนึ่ง และในขั้นต่อไปจะมีการทดลองการสื่อสารข้อมูลความนึกคิดระหว่างสองฝ่าย ทั้งนี้ การทดลองดังกล่าวนักวิจัยต้องการคิดค้นเทคโนโลยีที่สามารถช่วยให้คนที่มีความพิการในการพูดสามารถสื่อสารสิ่งที่ตนต้องการออกไปได้ และในวันหนึ่งข้างหน้าศาสตราจารย์ราวระบุว่ามนุษย์อาจสามารถควบคุมให้มนุษย์อีกคนหนึ่งทำสิ่งที่ผู้ควบคุมต้องการได้เพียงแค่ใช้ความนึกคิดได้ และคงจะดีถ้าใครคนหนึ่งคิดถึงอีกคนหนึ่ง คนที่ปลายทางคงได้รับรู้ความรู้สึกของคนที่ต้นทาง เหมือนฝนตกที่นี้หนาวไปถึงคนนั้นเชียว

Cr.ข่าวไทยรัฐ,