รถ สำรวจดวงจันทร์ คันแรก ของโลก

 

จากรายงานสาธารณรัฐประชาชนจีนเปิดเผยถึงยุทธศาสตร์ในห้าปีข้างหน้า โดยตั้งเป้าว่าจะใช้อวกาศเพื่อสันติภาพ พร้อมกับรับประกันความมั่นคงปลอดภัยของชาติและเน้นงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีสองภารกิจ คือ เตรียมเป็นประเทศแรกที่ยานอวกาศไปร่อนลงบนดวงจันทร์อย่างนุ่มนวล โดยปี 2561 จะส่งยานอวกาศ “ฉางเอ๋อ-4” ไปสำรวจด้านไกลของดวงจันทร์ อันเป็นด้านลึกลับที่มนุษย์เราไม่สามารถมองเห็นได้

ภารกิจสำรวจดวงจันทร์ สาธารณรัฐประชาชนจีน
สาธารณรัฐประชาชนจีนมีแผนเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศให้รุดหน้ายิ่งขึ้น เพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในอำนาจทางอวกาศ หลังจากปล่อยให้รัสเซียและสหรัฐอเมริกามีประสบการณ์มากกว่าในการส่งยานไปสำรวจนอกโลก ก่อนหน้านี้จีนประสบความสำเร็จในการทำ “spacewalk” ย่ำอวกาศ ให้นักบินอวกาศออกนอกตัวยาน โดยมีสายคล้องยึดโยงกับตัวยาน เพื่อป้องกันนักบินหลุดลอยออกไปในอวกาศ และนำยานลงสำรวจดวงจันทร์อย่างนุ่มนวลครั้งแรกในปี 2556 ล่าสุดเดือนพฤศจิกายนนักบินอวกาศสองคนเดินทางกลับสู่โลก หลังจากปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศ “เทียนกง 2” นานหนึ่งเดือน

รถสำรวจดวงจันทร์ คันแรก ของโลก
ย้อนรอยวันประวัติศาสตร์ รถสำรวจดวงจันทร์ คันแรก ของโลก ณ วันที่ 16 เมษายน ค.ศ. 1972 (พ.ศ 2515) ยานอะพอลโล 16 ออกเดินทางไกลในระยะทาง 384,404 กิโลเมตร เป็นการเดินทางไปดวงจันทร์ครั้งแรกของปี ค.ศ. 1972 และเป็นการเดินทางไปลงบนดวงจันทร์ครั้งที่ 5 ของโครงการอพอลโล ถึงแม้ยานอะพอลโลโลจะมีประสบการณ์ในการเดินทางไปดวงจันทร์มาแล้วหลายครั้ง แต่จุดมุ่งหมายของ NASA สำหรับการท่องอวกาศด้วย ยานโอเรียนในครั้งนี้คือนำรถสำรวจดวงจันทร์ LUNAR ROVER ออกวิ่งสำรวจและเก็บตัวอย่างของหินบนดวงจันทร์เพื่อนำมันกลับมา วิเคราะห์ถึงส่วนประกอบและแร่ธาตุที่อยู่ในหินรวมถึงการตรวจสอบสภาพ ภูมิประเทศในบริเวณที่ ยานโอเรียนร่อนลงจอด

รถสำรวจดวงจันทร์ LUNAR ROVER
รถสำรวจดวงจันทร์ LUNAR ROVER เกิดขึ้นจากมันสมองของทีมวิศวกรของ NASA ในโครงการสำรวจอวกาศ MERCURY ที่มีไอเดียในการใช้รถสำรวจน้ำหนักเบาเพื่อเก็บตัวอย่างของวัตถุบนดวงจันทร์ เช่นดิน, ฝุ่น เศษหินที่เกิดจากการชนปะทะของอุกาบาตซึ่งมีอยู่ทั่วไปบนพื้นผิวของดวงจันทร์ นักบินอวกาศไม่สามารถนำหินเหล่านั้นกลับมาได้ในปริมาณมากๆ เนื่องจากน้ำหนักและเวลาในการออกไปเดินสำรวจที่มีข้อจำกัดในพื้นที่ที่กว้าง ใหญ่ไพศาลในบริเวณที่ยานร่อนลงจอด รวมถึงสภาวะแรงโน้มถ่วงที่น้อยกว่าบนพื้นโลกถึงหนึ่งในหกทำให้การเคลื่อนที่ ด้วยการเดินเท้าของนักบินอวกาศจะช้าลงและไม่สามารถไปได้ไกลจากตัวยานโอเรียน

ความร่วมมือ BOEING GM และ NASA
รถสำรวจดวงจันทร์ LUNAR ROVER เกิดจากการร่วมมือกันของวิศวกรจาก NASA, บริษัทอากาศยานยักษ์ใหญ่ของอเมริกัน BOEING และค่ายรถชั้นนำ GENERAL MOTOR หรือ GM เนื่องจากมีเวลาในการคิดค้น พัฒนาและสร้างไม่มากนัก รถสำรวจดวงจันทร์ LUNAR ROVER ทั้งสี่คันจึงถูกสร้างขึ้นในเวลาเพียง 17 เดือนด้วยความรีบเร่ง การลงทุนสร้างจักรกลที่สามารถขับเคลื่อนไปในสภาพแรงโน้มถ่วงที่น้อยกว่าบนโลกมาก และใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ในยุค 1970 ยังคงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก ซึ่งในยุคนั้นถือเป็นนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำหน้ามาก

นวัตกรรม รถสำรวจดวงจันทร์
รถสำรวจดวงจันทร์ทั้งสี่คันถูกประกอบจากอะลูมินัมอัลลอยที่วัดขนาดและประกอบด้วย เครื่องมือวัด ไมโครมิเตอร์ (Micrometer) ที่ลงตัว มอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ระบบขับเคลื่อนและบังคับเลี้ยวเป็นอะลูมินัมอัลลอยทั้งหมด ล้อของ รถสำรวจดวงจันทร์ LUNAR ROVER ทำจากเส้นใยอะลูมิเนียมเส้นเล็กๆ นำมาถักให้เป็นรูปล้อทรงกลมวัดขนาดให้เหมาะสมเนื่องจากการใช้ยางจริงในการ วิ่งจะมีน้ำหนักมากจนเกินจากปริมาตรน้ำหนักตัวรถที่วิศวกรทำการคำนวณกันไว้ ในการบรรทุกไปกับตัวยานบริเวณด้านข้างในห้องสำหรับเก็บของขนาดเล็กที่ต้อง พับเก็บตัวรถทั้งคันและนำออกมาประกอบเมื่อถึงจุดหมาย

รถสำรวจดวงจันทร์ ต้นแบบ
การ ขับขี่รถ รถสำรวจดวงจันทร์ LUNAR ROVER ไปบนพื้นผิวของดวงจันทร์โดยการใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ ติดอยู่ในล้อแต่ละข้างทั้งสี่ตัวเป็นไปด้วยความยากลำบาก บางครั้งล้อปะทะเข้ากับก้อนหินที่มีอยู่ทั่วไปบนดวงจันทร์ทำให้มันลอยขึ้น จากพื้นบ่อยครั้ง จุดประสงค์ของรถ รถสำรวจดวงจันทร์ LUNAR ROVER ทั้งสามคันที่นำขึ้นไปในการสำรวจพื้นผิวของดวงจันทร์สามครั้ง ยานโอเรียนสามารถบรรทุกรถ รถสำรวจดวงจันทร์ LUNAR ROVER ได้ครั้งละหนึ่งคันเท่านั้น ทำให้นักบินอวกาศสามารถขับออกไปสำรวจพื้นที่ได้ไกลกว่าการเดินเท้า

แหล่งพลังงานสำรอง สำรวจดวงจันทร์
ตัว แบตสำรอง (Power Bank) พลังงานสูงทำให้สามารถเดินทางเป็นระยะทางไกลถึง 36 กิโลเมตร แบตเตอรี่สำรอง ขนาด 36 โวลต์จำนวนสองลูก ซึ่งเพียงพอต่อการวิ่งเป็นระยะทางถึง 40 ไมล์ ด้วยความเร็ว 11 ไมล์ต่อชั่วโมง และสามารถไต่ขึ้นเนินที่มีความชันถึง 35 องศาได้อย่างสบาย แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องปริมาณออกซิเจนที่ทำให้นักบินอวกาศไม่กล้าที่จะขับมัน ไปไกลจนถึงระยะทางขนาดนั้น เนื่องจากกังวลว่า ถ้าเกิดปัญหาขึ้นกับตัวรถในขณะที่ขับมันออกไปไกลจากตัวยานและไม่สามารถแก้ไขได้ อาจต้องเดินเท้ากลับไปที่ตัวยานซึ่งเป็นระยะทางไกลมากและอาจก่อให้เกิด เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น เช่นระบบออกซิเจนในชุดนักบินอวกาศที่ขัดข้อง การออกสำรวจอวกาศในครั้งนี้คงต้องจบลงและกลายเป็นเพียงสุสานราคาแพงบนดวง จันทร์ก็อาจเป็นได้

วันแห่งประวัติศาสตร์ อพอลโล 16
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ ณ เวลา 19.15 น. ของวันอาทิตย์ที่ 23 เมษายน ยานโอเรียนส่วนบนเตรียมตัวเดินทางออกจากดวงจันทร์เพื่อกลับสู่โลกหลังจาก เสร็จสิ้นภารกิจ กล้องโทรทัศน์บนรถ รถสำรวจดวงจันทร์ LUNAR ROVER ซึ่งจอดทิ้งไว้ใกล้ๆ ยานโอเรียนส่วนล่าง จับภาพการเดินทางขึ้นจากดวงจันทร์ของยานโอเรียนบนจอโทรทัศน์ที่สถานีอวกาศ ฮุสตันมองเห็นยานพุ่งตัวขึ้นไป ทิ้งฝุ่นตลบอยู่ที่พื้นดิน จอห์น ยัง, ชาร์ล ดุ๊ก และโธมัส แมททิงลี ลูกเรือของอพอลโล 16 เดินทางกลับถึงโลกในวันที่ 27 เมษายน รวมนับตั้งแต่เดินทางออกจากโลก จนกลับถึงโลก 265 ชั่วโมง 51 นาที 05 วินาที

ถ่ายทอดสด จาก ดวงจันทร์
จากภารกิจการสำรวจพื้นผิวของดวงจันทร์ด้วยความช่วยเหลือของ รถสำรวจดวงจันทร์ LUNAR ROVER ทำให้นักบินอวกาศสามารถเก็บตัวอย่างของ ฝุ่น และเศษหิน กลับมายังโลกได้น้ำหนักถึง 113 กิโลกรัม และภารกิจสุดท้ายของรถ รถสำรวจดวงจันทร์ LUNAR ROVER ก็เสร็จสิ้นลงเมื่อมันถูกขับขี่ไปยังจุดหมายที่อยู่ห่างจากยานสำรวจอเรียน พอสมควร ณ จุดนั้นเองที่กล้องโทรทัศน์ที่ติดอยู่บนรถได้ทำการถ่ายทอดสดผ่านสายตาของ มนุษย์บนโลกกว่าพันล้านคน ให้เห็นนักบินอวกาศทั้งสองนาย กำลังขุดเจาะพื้นผิวของดวงจันทร์อย่างอ่อนระโหยโรยแรง

ภาพประวัติศาสตร์ ยานอวกาศโอเรียน
ภาพของนักบินทั้งสองคนกำลังก้าวขึ้นไปบนยานโอเรียนเพื่อเดินทางกลับสู่โลก และภาพในช่วงสุดท้ายก่อนที่ระบบกล้องถ่ายทอดสดบนตัวรถจะยุติการทำงานลงเป็น ภาพยานโอเรียนส่วนบนจุดระเบิดเครื่องยนต์พร้อมทั้งพุ่งทะยานขึ้นสู่อวกาศอัน มืดมิดเพื่อเดินทางกลับบ้านโดยมีรถ รถสำรวจดวงจันทร์ LUNAR ROVER ถูกจอดทิ้งไว้ให้เป็นประวัติศาสตร์ในการสำรวจอวกาศยุคแรกๆ ของมนุษยชาติ

Cr.ไทยรัฐ,NASA